ว่าด้วยน้องจูดี้ (ถ้วยฟูจิ โบชัวร์เอสเต้ และถุงบาสกินรอบบินส์)
posted on 02 Feb 2009 13:14 by fontiar in OnShelfหลังจากที่ย้ายเข้ามาอยู่ห้องนี้ได้ไม่นาน เรื่องระทึกขวัญก็เกิดขึ้นกับฉันเป็นรอบที่สองในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน เป็นอีกครั้งที่น้องจูดี้ออกมาวิ่งพล่านทั่วห้อง ไม่สนใจการดำรงอยู่ของฉันในห้องนี้แต่อย่างใด ที่สำคัญ... มันวิ่งขึ้นโต๊ะหนังสือฉัน! (เส้นความอดทนขาดผึง ไม่สิ ผลั่วะเลยต่างหาก) แก๊!!! ฉันจะ.... ฉันจะ... จะเฉดหัวแกออกไปจากห้อง!
ฉันตั้งใจเอาไว้อย่างนั้น นั่นด้วยค่ำคืนวันอาทิตย์... มักจะเป็นเวลาอันแสนสุขของฉันภายในห้องที่สะอาดเอี่ยมหลังจากลงมือล้างไปเมื่อตอนเย็น แต่คืนนี้ มันกลับเต็มไปด้วยรอยเท้าแมลงสาบ! (ถึงจะมองไม่เห็นแต่ฉันก็รู้ดีว่าเชื้อโรคย่อมมีอยู่) แต่เอาเข้าจริงกลายเป็นว่าฉันต้องวิ่งหนีมันแทน นี่ห้องใครกันเนี่ย... เอาเถอะ ฉันยอมให้มันเป็นเจ้าของห้องชั่วคราวก็ได้ แต่มีข้อแม้ หนึ่ง ห้ามขึ้นเตียงฉัน สอง ห้ามเข้าตู้เสื้อผ้าฉัน (ตู้เมทได้ - ฮา) และสาม ห้ามขึ้นโต๊ะหนังสือฉัน
ตอนแรกมันก็ทำตามด้วยดีหรอกนะ... แอบซอกโน้นซอกนี้ ฉันก็ยังสังเกตมันไม่วางตา หวังว่ามันจะคิดได้และวิ่งออกประตูไปเอง... ในมือก็กดเบอร์ผู้ที่น่าจะช่วยฉันได้ไปด้วยเผื่อมันนึกจะทำอะไรแผลงๆ ขึ้นมา (อย่างเช่นการเปลี่ยนบรรยากาศจากวิ่งเป็นบิน!) และคำแนะนำที่ได้ก็คือ ฟาดมันให้ตายเลย!... ฉันจินตนาการสภาพน้องจูดี้ และห้องฉัน อยากทำอยู่หรอก... แต่สภาพในภายหลังฉันคงรับไม่ได้ โอ๊ย ฉันอยากจะบ้าตาย ระหว่างนั้นน้องจูดี้ก็ยังวิ่งไปวิ่งมาประหนึ่งเจ้าของห้อง แล้วมันก็ไต่ขึ้นขาโต๊ะเมทฉัน! เดินเฉิดฉายผ่านมัน และมาหยุดยืนพอยน์เท้าอยู่บนหนังสือ 'การลงทุน' บนโต๊ะฉัน!!!! ฆ่ากันเลยดีกว่า
แม้ในใจจะกรี๊ดไปแล้ว แต่... ฉันก็ยังไม่กล้าทำอะไรมันอยู่ดี แง... ฉันนึกไปถึงอาจารย์ผู้ที่เคยต่อสู้อย่างอหิงสากับประตูห้องตัวเอง แม้มันจะไม่ได้ผล แต่ฉันก็จะลองดู ฉันพยายามจะใช้หลักเจรจากับมันบ้าง... แกจะเอาอะไรก็เอาไปเถอะนะ ขอแค่แกออกไปจากห้องฉัน แค่นั้นพอ ไม่งั้นคืนนี้ฉันคงไม่ได้นอนแน่ๆ แต่มันกลับเพิกเฉยและยืนยันความต้องการที่จะครอบครองห้องนี้แต่เพียงผู้เดียว! (อ๊าก ต้นทุนทางธุรกรรมสูงปรี๊ด เช่นเดียวกับความอดทนของฉันที่ลดลงฮวบฮาบ) น่าเสียดายที่ในชีวิตจริงของฉันไม่มีมือที่สามเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย ฉันคงต้องใช้ศาลเตี้ยแล้วสินะ...
ถ้วยพลาสติกของฟูจิถูกเตรียมไว้ในมือ หลังจากทำใจอยู่นานน้องจูดี้ก็ได้แต่วิ่งไปมาอยู่ในถ้วยที่มีแก้วหนักๆ ทับไว้อีกที โดยมีสมรภูมิสุดท้ายเป็นหนังสือของฉันเอง โบชัวร์เอสเต้ถูกสอดเข้าไปป้องกันหนังสือของฉันจากเชื้อโรคที่มากับมัน แต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว T_T ทุกอย่างถูกโยนลงไปในถุงใสๆ แต่หนาและเหนียวของบาสกินรอบบินส์ แม้มันจะถูกกักขังไว้แล้ว แต่ดูยังไงๆ ก็น่ากลัวอยู่ดีนั่นแหละ
สุดท้าย น้องจูดี้ก็ดูไฮโซขึ้นมาทันตาด้วยโบชัวร์เอสเต้สีหวานในครอบถ้วยพลาสติกใสของฟูจิ ห่อหุ้มอย่างดีด้วยถุงพลาสติกใสติดตราน้ำเงินชมพูของบาสกินรอบบินส์ อยู่ในถังขยะหน้าหอฉันเอง...
เป็นกรรมของฉันที่ทำกับมันอย่างนั้น สุดท้ายก็ต้องมาถูห้องใหม่... หนังสือนั่นถูกโยนไว้ที่มุมห้อง จนเมทฉันกลับมานั่นแหละ เฮ้อ... หวังว่าจะไม่เจออีก
note:: มาทวนความจำกันดีกว่า น้องจูดี้ เป็นสัตว์ในไฟลัมอาร์โทรโพดา อันได้แก่สัตว์ที่มีขาเป็นข้อปล้อง ระบบเลือด ระบบประสาท ระบบหายใจ ระบบสืบพันธุ์ หาเอาเอง จำไม่ได้แล้ว (หัวเราะ) ถูกจัดอยู่ในคลาสอินเซคต้า ซึ่งตัวโตเต็มวัยจะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนคือ หัว อก และท้อง มีระบบรับสัมผัสดีมาก ได้ยินว่าสามารถรับรู้การเคลื่อนไหวได้แทบจะพร้อมๆ กับที่เกิด จึงทำให้สามารถหลบหลีกได้รวดเร็ว ทั้งยังชอบที่มืด เราจึงไม่ค่อยเห็นมันออกมาเดินท่อมๆ ตอนกลางวันหรือเวลาที่เปิดไฟนัก
แมลงสาบถือเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่เกิดก่อนมนุษย์นาน... น๊าน... นาน... เชื่อมั้ยว่าถ้าแมลงสาบโดนตัดหัวออก มันจะยังมีชีวิตอยู่ได้ไปอีกหลายวัน และหากโลกนี้สัตว์ทุกชนิดต้องดับสูญไป แมลงสาบก็จะเป็นสัตว์ที่คงอยู่เป็นชนิดสุดท้าย เป็นสิ่งมีชีวิตที่อึดจริงๆ แต่ที่น่ากลัวกว่านั้น แมลงสาบยังเป็นพาหะของเชี้อโรคอีกหลายชนิด เพราะ... ก็ดูแหล่งที่อยู่ของมันสิ ไม่ใช่แค่นำโรคทางเดินอาหารนะ ยังมีโรคภูมิแพ้ และโรคทางเดินหายใจอีกด้วย แค่ได้ยิน ก็น่ากลัวแล้วใช่ไหมล่ะ (พยายามหาข้ออ้างว่าไม่ได้เวอร์ และไม่ได้เป็นเอามาก หลังจากที่โดนเมทและพี่บอกมาว่างั้น - ฮา)