ย้อนไปเมื่อราวสองปีก่อน หากพูดถึงการ์ตูนเรื่อง Samurai Deeper Kyo หลายคนคงร้องอ๋อ... (วันนี้มาแปลกแฮะ) และเชื่อว่ามีอีกหลายคนเหมือนกันที่ติดงอมแงม (อาจติดถึงขั้นลงแดงด้วยซ้ำ) และตะแง๊วๆ รอเล่มจบหลังจากตั้งหน้าตั้งตาอ่านมาเป็นเวลายาวนานเกือบสิบปี แล้วมันก็จบลงจริงๆ ที่เล่ม 38 (ขณะที่วันพีซออกมาพร้อมกันแซงหน้าไปไกลแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะจบ) 

ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว จขบ.เลยของรำลึกความหลังด้วยการตัดตอนมาให้เป็นข้อคิด (เตือนตัวเอง) สักเล็กน้อย เพราะคุณเพื่อนเคยบอกว่า "แกน่ะ มันมีช่วงฮึดที่สั้นมาก" (ขอบใจ - -")

 

ขณะที่อากิระกำลังพลาดท่าให้กับซอมบี้ของไซชิและไซเซ

ไซชิ: ความมั่นใจของพวกเจ้าหายไปไหนหมดแล้วล่ะ ฮิๆ อย่างที่คิดไว้เลย พวกเจ้าเอาชนะนักรบผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองไม่ได้หรอก

ไซเซ: นั่นเพราะว่า...

ไซชิ: อากิระคือสมาชิกที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาจตุรเทพทั้งสี่น่ะสิ!

ยูยะ: เอ๋ อากิระเป็นสมาชิกที่อ่อนแอที่สุดหรอ? ไซชิรู้ได้ยังไงน่ะ

ไซชิ: ข้าไม่แค่สามารถเช็คข้อมูลอาวุธของคู่ต่อสู้ แต่ยังรวมถึงรายละเอียดพื้นเพที่มาอีกด้วย แม้คนๆ นั้นจะเป็นเพียงคนจรจัดก็ตาม

ยูยะ: ค...คนจรจัดอย่างนั้นหรอ?

บงเท็นมารุ: พวกเธอไม่ต้องอธิบายต่อแล้ว อย่างที่พูด...อากิระในวัยเด็กเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่มีสายเลือดของนักรบ เขาเป็นเพียงเด็กธรรมดาที่เคียวเก็บมาจากสนามรบ

ยูยะ: ม...ไม่ได้มีสายเลือดของนักรบอย่างนั้นหรอ?

บงเท็นมารุ: เคยมีคนว่าไว้...ผู้ที่มีสายเลือดนักรบ สามารถก้าวข้ามปุถุชนธรรมดาได้ ด้วยดาบในมือ คนพวกนั้นสามารถกวัดแกว่งมันได้อย่างแน่นอน และนั่นก็คือผลจากสายเลือด

ยูยะ: แต่การที่เราจะแข็งแกร่งขึ้น เราสามารถฝึกได้นี่

บงเท็นมารุ: ข้าเอง โฮตารุ และคนอื่นๆ ก็ได้ผ่านการฝึกมาทั้งนั้น และถึงแม้อากิระจะผ่านมันมาเหมือนกัน... สุดท้ายแล้ว 99% ของความแข็งแกร่งก็ได้มาจากการฝึกฝน แต่อีก 1% ที่เหลือจะได้มาจากสายเลือดที่แม้แต่การฝึกฝนก็ไม่สามารถทดแทนได้

บงเท็นมารุ: สำหรับผู้ที่ไม่มีสายเลือดของนักรบแล้ว ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไหร่ ก็ไม่มีทางก้าวข้ามขีดจำกัดของ 1% ที่เหลือไปได้ แม้แต่อากิระ

(บงจังเล่าถึงอดีตที่เคียวเก็บอากิระมา ไม่ใช่เพราะอากิระมีแววที่จะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก แต่เป็นเพราะอากิระไม่เคยยอมแพ้ และพยายามกว่าใคร) 

บงเท็นมารุ: หากไม่นับความพยายาม อากิระถือว่าเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในจตุรเทพ... แต่ดูเถอะยูยะ สิ่งที่เขาได้จากความพยายามทั้งมวลที่ผ่านมา

หลังจากนั้นอากิระก็พลิกกลับมาชนะทุกคู่ต่อสู้ อย่างง่ายดาย...

บงเท็นมารุ: อากิระสามารถยืนอยู่กับพวกเราได้อย่างเท่าเทียม เป็นเพราะการพยายามอย่างหนัก แม้จะไม่ได้มีสายเลือดของนักรบ แต่เขาก็มีจิตวิญญาณของมันอย่างเต็มเปี่ยม

บงเท็นมารุ: แม้จะมีช่องว่างระหว่าสายเลือด แต่อากิระก็ยังสามารถแข็งแกร่งได้มากกว่าผู้ที่มีสายเลือดบริสุทธิ์ของนักรบคนอื่นๆ เสียอีก

 

(หากต้องการอรรถรสควรหาการ์ตูนมาอ่าน จะได้แปลไทยแบบสละสลวยกว่านี้ และรูปภาพกันน่าดูกว่านี้)

 

 ฉากการต่อสู้ระหว่างไซเซ (ท่านหญิงโทโมเอะ โกเซ็น) กับ อากิระแห่งจตุรเทพ

 

Samurai Deeper Kyo เล่าถึงการต่อสู้เพื่อไขว่คว้าความแข็งแกร่งของเหล่าผู้กล้า แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่นำพวกเขาไปถึงความแข็งแกร่งดังกล่าว กลับเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า ปณิธาน

 

 

note: วันนี้มาอัพบล็อกด้วยอารมณ์โคตรแมน...

note2: ในที่สุดก็กลับมาตายรัง ชิ!

note3: ไว้มารีวิวทั้งเืรื่องทีหลัง 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ..
ความพยายามของอากิระทำให้เรา "คิดได้"

แต่ก็ชอบเคียวนัยตายักษ์นะ เป็นผู้นำและรักพวกพ้อง(มั้ย)ดี
เหมือนพวก รักนะแต่ไม่แสดงออก..ไรงี้ อิอิHot!

#1 By JasonX on 2009-09-14 02:35

#2 By bo le ro on 2009-09-14 10:30

ขอบคุณนะคะที่อุส่าแวะไปเยี่ยม
เม้นบนพลาด==*

สรุปคือเอมวีคิสเค้ารักกันจริงๆใช่มั๊ยเนี่ยยยย


เค้าก็อ่านเคียวน๊า~
สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกก

#3 By bo le ro on 2009-09-14 10:33

ชื่อภาษาอังกฤษจำไม่ได้

เมื่อก่อนเคยชอบเรื่องนี้นะ แต่ตอนกลางมันเรื่องไม่หนุกแล้ว แต่หลังเริ่มสนุกแล้วละ

#4 By ปวดตับ on 2009-09-14 20:29

เคยอ่านไม่กี่เล่มอ๊ะ ก็หนุกดีนะ เคียวนัยน์ตายักษ์
แต่แอบตลกเล่มแรก เหมือนจะวางโครงเรื่องไปทางนึง
พอขึ้นเล่มสองและเล่มต่อๆๆมา เหมือนเปลี่ยนแนวเรื่องซะงั้น!

ปล.ไม่ได้รู้มหาลัยซะหน่อย คิดไปเองนะนี่ ตอนนี้ก็เลยรู้เลย วะฮ่าฮ่า ที่แท้เป็นน้องร่วมสถาบัน
"เหลืองของเราคือธรรมประจำจิต แดงของเราคือโลหิตอุทิศให้"

#5 By sky -_- on 2009-09-15 13:59