ครอบครองปรปักษ์
posted on 06 Dec 2009 02:27 by fontiar in AndDaLawว่าจะเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่ปีที่แล้วแล้ว แต่ว่าก็ผลัดมันไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ แง๊...ผลัดมันต่อไปคงไม่ได้เขียนแล้ว จริงๆ ว่าจะเขียนเรื่องวัดสวนแก้ว แต่ว่าหาข้อมูลไม่มี (ข้าน้อยด้อยสามารถเอง) ก็ยกเป็นคำถามตุ๊กตาแล้วกันเนอะ
ข้อเท็จจริงเบื้องต้น
1. นาง B ได้ยื่นคำรองขอต่อศาลขอครอบครองปรปักษ์ที่ดินมีโฉนดแห่งหนึ่งต่อศาล ก.
2. ศาล ก. ได้มีคำสั่งให้นาง B ครอบครองปรปักษ์ได้สำเร็จ และเปลี่ยนชื่อในโฉนดเป็นของ นาง B-นางB ได้ขายที่ดินดังกล่าวโดยถูกวิธีโอนถูกต้องตามกฎหมายต่อวัดสวนแก้
3. วัดสวนแก้ว ได้ดำเนินการจดทะเบียนรับโอนที่ดินดังกล่าวจาก นางB โดยระหว่างโอนได้ถามยืนยันความถูกต้องจากพนักงานที่ดินว่าโฉนดนี้ไม่มีปัญหา แน่นะ พนักงานคนดังกล่าวยืนยันความถูกต้อง เพราะเห็นว่าเป็นที่ดินตามคำพิพากษาของศาล(“เห็นมั๊ยท่านพระพยอม เนี่ย ตราครุฒ แดงๆเนี่ย” ซึ่งต่อมาพระพยอมเอาไปพับกล้วยแขกขาย ขายดีติดอันดับเบสท์เซลเลอร์)
4. ป้าB ถูกฟ้องคดีต่อศาล ข.โดย นาย A เจ้าของที่คนเดิมที่ป้า B ไปแอบครอบครองปรปักษ์มาว่าป้าคนนี้ครอบครองที่ดินโดยมิชอบ ขอให้ศาลเพิกถอนการครอบครองปรปักษ์ที่ดินโดยป้า B เสีย
5. ป้า B กลัวศาลและคู่ความอีกฝ่ายมาก จึงตกลงยอมความเพื่อให้ศาลและคู่ความอีกฝ่ายเห็นใจป้าแก่ๆอย่างแก ที่ถูกทนายเอาเงินไป 4 ล้านแล้ว
6. ศาลจึงพิพากษาตามยอม เพิกถอนการครอบครองปรปปักษ์โดยนาง B เสียจึงมีผลกระทบต่อวัดสวนแก้วด้วย
ข้อมูลจากโต๊ะสวน http://www.suanboard.net/view.php?p=view&kid=37176&in=1
ก่อนหน้านั้นมันมีเหตุการณ์เพิ่มเติมที่เราได้ยินมา คือนางบีเป็นญาติกับนายเอ นายเอให้นางบีอาศัยอยู่ในที่ดินนั้น สิบปีผ่านไปนางบีจึงร้องต่อศาลขอครอบครองปรปักษ์
ประเด็น1 นางบีครอบครองปรปักษ์ที่ดินนั้นได้หรือไม่?
หลัก
- มาตรา ๑๓๓๖ ปพพ. "บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินโดยเจตนายึดถือเพื่อตน ท่านว่าบุคคลนั้นได้ซึ่งสิทธิครอบครอง"
- มาตรา ๑๓๘๒ ปพพ. "บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี บุคคลนั้นได้ไปซึ่งกรรมสิทธิ์"
จากข้อเท็จจริง นายเอให้นางบีอาศัยอยู่ในที่ดินของตนด้วยเห็นว่าเป็นญาติ โดยมิได้มีการบอกกล่าวโอนกรรมสิทธิ์ให้แต่อย่างใด นางบีจึงมีเพียงการครอบครองทรัพย์นั้นโดยเจตนายึดถือแทนนายบีผู้เป็นคนให้อาศัย และไม่ได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองตามมาตรา ๑๓๓๖ (นางเอมีการยึดถือแต่ไม่มีการครอบครอง) ด้วยเหตุที่ไม่มีสิทธิครอบครอง ไม่ว่านางบีจะยึดถือทรัพย์นานเพียงใดก็ไม่สามารถได้ไปซึ่งกรรมสิทธิ์จากการครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา ๑๓๘๒
หากนางบีต้องการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินนั้น ต้องแจ้งให้นายบีผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ว่าตนไม่มีเจตนายึดถือแทนต่อไปแล้ว จึงถือว่านางบีมีเจตนายึดถือเพื่อตน และหากนางบีครอบครองที่ดินผืนนั้นต่อไปด้วยความสงบเปิดเผยเป็นเวลาสิบปีนับแต่วันบอกกล่าว นางบีจึงได้กรรมสิทธิ์จากการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินผืนนั้น (หลังจากร้องต่อศาลแล้ว 55) ตามมาตรา ๑๓๘๒
อธิบายง่ายๆ
ก็เหมือนกับเวลาเราให้ญาติอาศัยบ้านอยู่ ก็ให้อยู่เฉยๆ ไม่ได้จะให้เลย จะอยู่กี่ปีก็ได้ไม่ว่ายังไงก็ญาติกัน ซึ่งถ้าไม่ได้ให้ญาติคนนี้อยู่เราก็อาจจะให้คนอื่นเช่าหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่บังเอิ๊ญ...ให้อยู่ครบสิบปีปุ๊บ คุณเธอไปฟ้องศาลขอครอบครองปรปักษ์ ก็แบบว่า...มันก็กระไรอยู่นะ จะครอบครองปรปักษ์ไม่ว่าหรอก แค่ช่วยบอกให้รู้ แบบว่าถ้าเรารู้แล้วเราคงไล่ออกจากบ้านเลย อะไรประมาณนั้น (โหดเนอะ 555) แนวคิดมันก็คือต้องบอกให้เจ้าของรู้ก่อนนั่นแหละ ถ้าเจ้าของยังเฉยก็ครอบครองปรปักษ์ไปเหอะ เจ้าของเค้าไม่เอาแล้ว ไม่ใช่มางุิบงิบๆ แบบเจ้าของไม่รู้ กฎหมายเค้าก็กันเอาไว้
ความจริงกรณีนี้มันก็เปิดเผยจริงนะ แต่เปิดเผยแบบเจ้าของไม่รู้...มันก็แปลกๆ เพราะที่เค้าบอกใ้ห้ต้องครอบครองโดยเปิดเผยก็เพื่อให้สันนิษฐานได้ว่าเจ้าของได้รู้แล้ว แต่ไม่เอาเอง
(ยึดถือ คือ มีทรัพย์เอาไว้ใช้สอย หรือ ถือมันอยู่ จับมันอยู่ เป็นสิ่งที่มองเห็นภายนอก, ครอบครองคือออกจะเป็นเรื่องในทางกฎหมายหน่อย คือต้องยึดถือด้วย และ ยึดถือไว้ให้กับตัวเองด้วย // แบบว่าถ้าเพื่อนฝากลูกอมไว้กับเรา เรายึดถือ แต่เราถือเอาไว้แทนเพื่อน ก็ไม่มีสิทธิครอบครอง ก็ไม่มีสิทธิใช้สอยหรือทำอะไรมัน เป็นต้น ถ้าเรากินเพื่อนก็ฟ้องเราได้ แต่ถ้ามันทำล่ะก็นะ ตัดเพื่อนเลยเหอะ 55)
ความเห็นส่วนตัวในข้อที่ 5 ฟังดูทะแม่งๆ เราว่าที่เค้ายอมความเพราะไม่อยากเสียตังค์เพิ่มมากกว่า ก็ไปอาศัยเค้าอยู่แล้วไม่มีหลักฐานว่าได้เปลี่ยนการยึดถือเป็นยึดถือเพื่อนตนแล้ว ต่อให้อาศัยในที่ดินนั้นนานเท่าไหร่ก็ไม่ได้การครอบครองปรปักษ์หรอก ในเมื่อเจ้าของจริงเค้ามาทวงขนาดนี้แล้ว
อ้าว proposal โดนตีกลับแล้ว เร็วมั่กๆ ว่าแล้วก็ชิ่งเลยดีกว่า... ประเด็นอื่นแปะไว้ก่อน รอดอาทิตย์หน้าแล้วจะมาต่อเคิ้บส์ ><"